เทศกาล ทานาบาตะ (Tanabata) ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น
   
ทานาบาตะ หรือ เทศกาลแห่งดวงดาวTanabata
Share Button
 

เทศกาล ทานาบาตะ (Tanabata)

 
ทานาบาตะ หรือ เทศกาลแห่งดวงดาว จะมีขึ้นทุกๆวันที่ 7 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นเทศกาลที่มีจุดกำเนิดมาจาก กลุ่มดาวคนเลี้ยงวัว(Altair) และกลุ่มดาวสาวทอผ้า (Weaver Star) ซึ่งรักกันโดยมีทางช้างเผือกกั้นอยู่ตรงกลางและได้รับอนุญาติ ให้พบกันเพียงปีละหนึ่งวันคือวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปีเพียงเท่านั้น
 

tanabata

 
ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะความปรารถนาของตนใส่ลงในแผ่นกระดาษแผ่นเล็กสีสันสดใส และนำไปผูกติดกับต้นไผ่พร้อมกับของประดับอื่นๆ จากนั้นก็จะอธิฐานขอให้ความปรารถนาเป็นจริง
คิดว่าเทศกาลทานาบาตะ น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนและเริ่มเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในสมัยศักดินา และรวมกับประเพณีท้องถิ่นดั้งเดิมเพื่อให้กลายเป็นวันสำคัญอย่างเป็นทางการของจักรพรรดิ์ ต่อมาก็เริ่มเข้าสู่สามัญชนและพัฒนาการเฉลิมฉลองในแต่ละท้องถิ่นให้โดดเด่นเข้ากับท้องถิ่นของตัวเอง
 
ในกรุงโตเกียวผู้คนส่วนใหญ่มักจะตกแต่งกิ่งไผ่เพียงแค่กระดาษใบเล็กสีสันสดใสที่เขียนขอพร ในบางโรงเรียนจะมีกิ่งไผ่ขนาดใหญ่ไว้ให้นักเรียนได้เขียนขอพร และมีการแสดงละครเกี่ยวกับชายเลี้ยงวัวและสาวทอผ้าด้วย
 
tanabata (2)

 
ที่ เซ็นได(จังหวัดมิยากิ) และ ฮิราซึกะ(จังหวัดคานางาวะ) เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของความละเอียดในการจัดเทศกาลทานาบาตะ ตามแหล่งช็อปปิ้งของทั้งสองเมืองนี้จะมีการตกแต่งที่สวยงามมากมายตามร้านค้าท้องถิ่น ซึ่งพวกเขาพยายามที่จะเอาชนะกัน

 
บางพื้นที่ของญี่ปุ่นจะมีการเฉลิมฉลองเทศกาลทานาบาตะในเดือนต่อมา ซึ่งคือวันที่ 7 สิงหาคม เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติแบบดั้งเดิม ซึ่งมักจะพบบ่อยร่วมกับพิธีบอน โดยญาติผู้เสียชีวิตมีความคิดว่าพวกเขาจะกลับมาพร้อมกับเทศกาลทานาบาตะ

 

Tanabata (1)

 

นิทาน ทานาบาตะ

 

tanabata3

 
นานมาแล้วมีชายหนุ่มคนหนึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ วันหนึ่งขณะระหว่างทางที่เขาเดินทางกลับบ้านหลังจากที่เขาไปทำงานที่ทุ่งนา เขาได้พบกับบางสิ่งที่น่าตื่นเต้น เป็นผ้าที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา เขาไม่ได้ต้องการเสื้อผ้าที่ดีมาก ดังนั้นเขาจึงเก็บผ้าใส่ไว้ในตะกร้าของเขา และเริ่มออกเดินทางต่อ
 
ทันใดนั้นเองมีเสียงหนึ่งตะโกนออกมาว่า “ขอโทษนะ”
 
ชายหนุ่มคนนั้นต้องสะดุ้งและกล่าวว่า “อะไร? ใครเรียกฉัน”
 
มีสาวสวยคนหนึ่งตอบว่า “ใช่ ฉันเรียกเอง กรุณาคืนผ้าคลุมขนนกให้ฉันเถิด ฉันอาศัยอยู่บนสวรรค์และฉันลงมาที่บ่อน้ำแห่งนี้เพื่อที่จะมาอาบน้ำ หากไม่มีเสื้อคลุมขนนกนั่นฉันจะไม่สามารถกลับไปได้”
 
หญิงสาวพูดราวกับจะร้องไห้ แต่ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นไม่รู้และตอบกลับไปว่า “ผ้าคลุมขนนกงั้นหรือ? ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย”
เมื่อไม่สามารถกลับไปยังสวรรค์ได้ เทพธิดาจึงต้องอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์และอยู่อาศับกับชายหนุ่ม
 
เทพธิดาองค์นี้มีชื่อว่า ทานาบาตะ ต่อมาทานาบาตะได้แต่งงานกับชายหนุ่มและอยู่กินด้วยกันอย่างมีความสุข หลายปีต่อมา วันหนึ่งขณะที่ชายหนุ่มกำลังทำงานอยู่ในทุ่งนา ทานาบาตะเธอได้พบเสื้อคลุมของเธอซ่อนอยู่ระหว่างซอกของเพดาน
 
“ฉันรู้แล้ว เขาซ่อนมันไว้” เธอพูดกับตัวเอง เธอจึงสวมเสื้อคลุมขนนกของเธอทันที และเริ่มรู้สึกกลับเป็นเทพธิดาอีกครั้ง
เย็นวันนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับมาที่บ้านเขาต้องแปลกใจที่ได้เห็น ทานาบาตะได้สวมเสื้อคลุมขนนกของเธอและยืนอยู่ตรงหน้าบ้าน ทานาบาตะได้ลอยขึ้นบนท้องฟ้าและตะโกนบอกชายหนุ่มว่า “ถ้าหากคุณรักฉัน ให้สานรองเท้าแตะฟางพันคู่และฝังไว้รอบต้นไผ่ ถ้าคุณทำได้ฉันมั่นใจว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง โปรดทำให้ได้นะ ฉันจะรอคุณ” ทานาบาตะลอยสูงขึ้น สูงขึ้น และกลับไปยังบ้านของเธอที่บนสวรรค์
 
ชายหนุ่มเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเขารู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ในวันต่อมาชายหนุ่มจึงเริ่มทำรองเท้าแตะฟาง เขายังคงสานรองเท้าไปเรื่อยๆทั้งกลางวันและกลางคืน จนในทุ่ดเขาก็สานรองเท้าคู่สุดท้ายสำเร็จแล้วนำมันไปฝังไว้รอบๆต้นไผ่

ทางด้านขวาของต้นไผ่จะเริ่มมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นและสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนขึ้นไปบนท้องฟ้า ชายหนุ่มจึงปีนต้นไผ่ขึ้นไปทันที เขาปีนขึ้นไปสูงขึ้น สูงขึ้น และสูงขึ้น จนเกือบไปถึงสวรรค์ แต่เพราะด้วยความรีบร้อนของเขาที่อยากจะเห็นหน้าของทานาบาตะ เขาจึงสานรองเท้าได้เพียงแค่ 999 คู่ ต้นไผ่จึงหยุดและทำให้ชายหนุ่มไปไม่ถึงสวรรค์
 
“เฮ้ !! ทานาบาตะ ! ทานาบาตะ !” ชายหนุ่มตะโกนขึ้นไปยังสวรรค์
 
“โอ้ ! นี่คุณ” ทานาบาตะอุทานออกมา
 
เธอยื่นมือไปหาชายหนุ่มและดึงชายหนุ่มขึ้นมาบนเมฆ
 
“ทานาบาตะ ฉันคิดถึงเธอมาก” ชายหนุ่มกล่าว และทั้งสองก็มีความสุขอีกครั้งที่ได้พบกัน
 
แต่พ่อของทานาบาตะ ไม่ยินดีที่เธอได้แต่งงานกับชายที่อยู่บนโลกมนุษย์ เขาสั่งให้ชายหนุ่มทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะทำให้เขามีความสุข “คุณต้องเฝ้าดูแลสวนแตงโมเป็นเวลา สามวันสามคืน” พ่อของทานาบาคะได้กล่าว
 
การดูแลสวนแตงโมทำให้ชายหนุ่มกระหายน้ำมาก แต่ถ้าหากเขากินแตงโมงหนึ่งลูกจะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ทานาบาตะได้บอกเอาไว้ว่า”คุณไม่สามารถกินแตงโมเหล่านั้นได้”
แต่เมื่อถึงวันที่สามผ่านไป ชายหนุ่มก็กระหายน้ำขึ้นเรื่อยๆและไม่สามารถที่จะทนมันได้อีกต่อไป เขาจึงเอื้อมมือไปหยิบแตงโมมาหนึ่งลูก ทันใดนั้นแตงโมก็ได้ระเบิดออกและกลายเป็นแม่น้ำไหลออกมาทันที
 
“ที่รักคะ !” “ทานาบาตะ !” และทั้งสองคนถูกดึงออกห่างจากกันทันทีโดยมีแม่น้ำคั่นตรงกลาง
คนรักทั้งสองต่าทำได้เพียงมองกันโดยมีแม่น้ำคั่นอยู่ตรงกลาง เรื่องราวของทั้งสองได้กลายเป็นทั้งสองได้กลายเป็นดาวAltairและVega โดย มีทางช้างเผือกคั่นอยู่ และพ่อของทานาบาตะได้ช่วยให้พวกเขาได้พบกันเพียงปีละหนึ่งครั้งซึ่งคือในคืนวันที่ 7 เดือน 7 ดาวทั้งสองจะมาเจอกันตรงข้ามทางช้างเผือกที่ส่องแสงสว่างสดใส
 

tanabata4

 

2,550 total views, 2 views today

แสดงความคิดเห็น ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ข้อความ



ทานาบาตะ หรือ เทศกาลแห่งดวงดาวTanabata